01Silicon Substrate 02Thermal Process 03Photolithography 04Etch & Deposit 05CMP 06Ion Implant 07Metallization 08Test & Package 09Inspection
08
IC FABRICATION FLOWTest & Package
STEP 08 OF 09 — ASSEMBLY, TEST & PACKAGING

Test &
Package

อ่าน 13 นาที OSAT / Chiplet อัพเดท 2026

Wafer Probe, Dicing, Packaging — ขั้นตอนสุดท้ายก่อนส่ง Chip ถึงมือลูกค้า และ Advanced Packaging ที่กำลังเปลี่ยนอุตสาหกรรม

01 ATP Overview

หลังจาก wafer ผ่าน fabrication ทั้งหมดแล้ว ต้องผ่านการทดสอบและบรรจุหีบห่อก่อนส่งลูกค้า เรียกรวมว่า Assembly, Test, and Packaging (ATP) หรือ OSAT

🏭
OSAT Industry
บริษัท OSAT ชั้นนำ เช่น ASE, Amkor, JCET รับ wafer จาก foundry มา package และ test ก่อนส่ง fabless company เช่น Qualcomm, Apple, AMD — มูลค่าตลาด ~$40B ต่อปี
1
Wafer Probe Test (EWS)
Test ทุก die บน wafer ก่อน dicing ด้วย Probe Card + ATE
2
Dicing
ตัด wafer เป็น individual die ตาม Scribe Line
3
Die Attach & Wire Bond / Flip Chip
ติด die บน substrate เชื่อมต่อด้วย wire bond หรือ solder bump
4
Molding
หุ้ม die ด้วย epoxy mold compound ปกป้องจาก moisture และ mechanical stress
5
Final Test & Marking
Test packaged chip, speed binning, laser mark part number
📍 CAREER ROADMAP CONTEXT
STAGE 06 — BEOL & METALLIZATION: Back-End-Of-Line Interconnects
Damascene process (single/dual damascene), Cu electroplating, barrier metals (TaN/Ta/TiN), low-k dielectrics (SiOC, SiCOH), air gaps; BEOL stack optimization, electromigration reliability
Equipment: Novellus CVD, KLA-Tencor ETCH-metric, Hitachi SEM
Related: Damascene & Cu Interconnects · Metallization & Barrier Metals · Low-k Dielectrics & Air Gaps · Burn-In (HTOL) & AECQ Path: Process / Fab Engineer, Test Engineer (ATE / DFT), Power Semiconductor Engineer

02 Wafer Probe Test

ก่อน dicing ต้อง test ทุก die บน wafer เพื่อ mark die ที่ fail ไม่ต้อง package สิ้นเปลือง

PROBE CARD
Probe Card
MEMS spring probe หรือ cobra needle สัมผัส pad ของ die โดยตรง — 1000+ contacts พร้อมกัน
TESTER
ATE (Automated Test)
ส่ง test vector ตรวจ functional + parametric + leakage เก็บ wafer map
⚠️
Wafer-Level Burn-in
บาง chip ต้องทำ burn-in ที่ elevated temperature + voltage เพื่อคัด early failure (Infant Mortality) ออกก่อน package

03 Wafer Dicing & Thinning

เวเฟอร์ที่ผ่านการทดสอบแล้วจะถูกนำไปเจียรแผ่นหลังให้บางลงและตัดแยกเป็นชิปเดี่ยวๆ (individual die) ตามแนวช่องว่างที่เรียกว่า Scribe Line:

กระบวนการเจียรบางเวเฟอร์ (Wafer Backside Grinding)

เวเฟอร์เริ่มต้นมักมีความหนาประมาณ 775 µm ซึ่งหนาเกินไปสำหรับการบรรจุลงในแพ็คเกจหลายเลเยอร์ (Stacking) จึงต้องมีการเจียรด้านหลังเวเฟอร์ให้บางลงเหลือเพียง 50–100 µm ก่อนทำการ dicing โดยมีเทคโนโลยีเด่นอย่าง Taiko Wafer Grinding ซึ่งจะเจียรเฉพาะพื้นที่ด้านหลังและเหลือขอบหนาคล้ายวงแหวนไว้รอบๆ ช่วยลดปัญหาเวเฟอร์แอ่นตัวหรือแตกหักระหว่างการเคลื่อยย้าย และในกระบวนการป้อนเคมีเปียกจะมีระบบ Backside Rinse (BSR) ร่วมกับ Edge Bead Removal (EBR) เพื่อขจัดเศษฝุ่นซิลิคอนและสารเคมีตกค้างไม่ให้ไหลย้อนไปปนเปื้อนผิวหน้าชิป

เทคนิค Kerf Width ข้อดี ใช้กับ
Diamond Blade Saw ~50–80 μm ราคาถูก, เทคโนโลยีเสถียร Standard chip ทั่วไป
Laser Ablation Dicing ~10–20 μm kerf เล็ก, ตัดความเร็วสูง Thin wafer, LED
Stealth Dicing (เลเซอร์ใต้ผิว) ~5–10 μm ไม่มี debris, ไม่มีรอยแตกบิ่น, อัตราสูญเสียพื้นที่ต่ำสุด Memory stacks, อุปกรณ์ MEMS บอบบาง
Plasma Dicing (กัดเปียก/แห้ง) <5 μm kerf เล็กมาก, ตัดพร้อมกันหมด, ขอบตัดเรียบสนิท ชิป Advanced Packaging, RFID
💡
กลไกของ Stealth Dicing
เป็นการยิงเลเซอร์คลื่นอินฟราเรด (IR Laser) ทะลุเข้าไปใต้ผิวซิลิคอนและโฟกัสพลังงานที่กึ่งกลางความหนาแผ่น เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างซิลิคอนให้เกิดรอยแยก (Micro-cracks) จากด้านในโดยไม่ทำลายผิวหน้าชิป จากนั้นจะทำการดึงยืดแผ่นเทปกาวรองรับด้านล่าง (Dicing Tape) เพื่อดึงรอยร้าวให้แยกออกเป็นชิ้นๆ อย่างหมดจดโดยไม่มีเศษฝุ่นซิลิคอน (Debris-free)

04 IC Packaging

Package ปกป้อง die จากสภาพแวดล้อม และเชื่อมต่อ die กับ PCB

Package Connection ข้อดี ตัวอย่าง
Wire Bond (QFP/BGA) Gold/Cu wire ราคาถูก, mature MCU, memory
Flip Chip BGA Solder bump Performance สูง, I/O เยอะ CPU, GPU, AP
Wafer Level CSP Redistribution + bump เล็กที่สุด RF, PMIC, sensors
SiP (System-in-Package) Mixed Integration สูง Apple Watch

05 Final Test

หลัง package แล้วต้อง final test อีกครั้งที่ operating condition จริง

HANDLER
IC Handler
หยิบ packaged IC ใส่ test socket อัตโนมัติ ความเร็ว >10,000 units/hr
BURN-IN
Burn-in Test
test ที่ high temp + voltage นาน 48–168 ชั่วโมง คัด early failure ออก
BINNING
Speed Binning
คัดแยกตาม max frequency ที่ผ่าน — ได้ i9 vs i7 vs i5 จาก wafer เดียวกัน
MARKING
Laser Marking
Laser mark part number, date code, speed grade บน package
💡
Speed Binning คืออะไร?
Chip ทุกตัวมาจาก wafer เดียวกัน แต่ test ที่ความเร็วต่างกัน — ตัวที่ทำงานได้ที่ 5GHz ขาย Core i9, ตัวที่ได้แค่ 3.5GHz ขายเป็น i5 ราคาต่างกันหลายเท่า

06 Advanced Packaging — อนาคตของอุตสาหกรรม

เมื่อการย่อขนาดทรานซิสเตอร์ตามกฎของมัวร์ (Moore's Law) ชะลอตัวลงเนื่องจากข้อจำกัดทางฟิสิกส์ การแพ็คเกจจิ้งขั้นสูง (Advanced Packaging) และสถาปัตยกรรมแบบแยกชิ้นส่วนชิปย่อย (Chiplet Architecture) จึงกลายเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผลยุค AI

เทคนิคหลัก ผู้บุกเบิกหลัก คำอธิบายทางเทคนิคเชิงลึก
2.5D Silicon Interposer TSMC (CoWoS) การนำ Chiplets หลายตัวมาวางเรียงกันบนแผ่นซิลิคอนคั่นกลาง (Interposer) ที่มีลายวงจรเชื่อมต่อความหนาแน่นสูง ช่วยลดความล่าช้าในการส่งสัญญาณของชิปเร่งความเร็ว AI (เช่น NVIDIA Blackwell, AMD Instinct)
3D Die Stacking Intel (Foveros), TSMC (SoIC) การวางชิปซ้อนทับกัน in แนวตั้งโดยตรง เพื่อเพิ่มพื้นที่การทำงานและประสิทธิภาพสูงสุดในปริมาตรที่เล็กที่สุด
High Bandwidth Memory (HBM) SK Hynix, Samsung, Micron การวางชิปหน่วยความจำ DRAM ซ้อนกันขึ้นไปในแนวตั้ง 8-16 ชั้น เชื่อมต่อด้วยรูผ่านแผ่นซิลิคอน (Through-Silicon Vias - TSVs) เพื่อให้ได้แบนด์วิดท์ส่งข้อมูลระดับ TB/s
Fan-Out Wafer-Level Packaging TSMC (InFO), ASE (FOCoS) การต่อสายสัญญาณกระจายตัวออกไปนอกพื้นที่ของตัวชิปซิลิคอนโดยตรง ทำให้แพ็คเกจบางเฉียบและมีประสิทธิภาพการระบายความร้อนที่ยอดเยี่ยม

เทคโนโลยีการเชื่อมต่อยุคใหม่ (Next-Gen Interconnections)

  • Hybrid Bonding (Bumpless W2W/D2W): การเชื่อมประสานโดยตรงระหว่างผิวหน้าสัมผัสของทองแดง (Cu-Cu) และชั้นไดอิเล็กทริก ($SiO_2$) ในระดับความเที่ยงตรงสูงมากระดับนาโนเมตรโดยไม่ต้องใช้เม็ดตะกั่วบัดกรี (Bumpless) เทคโนโลยีนี้ช่วยย่นระยะ Pitch ของจุดสัมผัสให้เหลือต่ำกว่า 1 µm (เทียบกับ Flip-chip แบบเดิมที่หนา 50–100 µm) ส่งผลให้การเชื่อมต่อระหว่างชิปมีความหนาแน่นและแบนด์วิดท์สูงขึ้นเป็น 100 เท่า และลดปรสิตความจุไฟฟ้าลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • Copper Pillar Bumping: การขยายขีดความสามารถการต่อสัญญาน I/O ของชิปโดยการสร้างเสาทองแดงขนาดเล็กพิเศษ (Micro-pillars) บนหน้าแผ่นเวเฟอร์ และเคลือบปลายด้วยตะกั่วบัดกรี ช่วยทดแทนเม็ดตะกั่วทรงกลมแบบเก่า ทำให้ขยับระยะห่าง (Pitch) ระหว่างขั้วเชื่อมต่อให้แคบเข้าใกล้กันได้มากถึง 20–40 µm
  • Co-Packaged Optics (CPO): การย้ายตัวรับส่งสัญญาณแสง (Optical Transceivers) ที่ทำจาก Silicon Photonics เข้ามาอยู่บนฐานเชื่อมต่อ (substrate) เดียวกันกับชิปประมวลผลขนาดใหญ่ (เช่น สวิตช์เครือข่ายความเร็วสูง หรือ ASIC ในดาต้าเซ็นเตอร์) แทนการต่อสายทองแดงยาวๆ ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานลงได้ถึง 30% และขจัดปัญหาคอขวดด้านความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลของเซิร์ฟเวอร์ AI
🚀
จุดเปลี่ยนสู่ยุค Heterogeneous Integration (การรวมระบบต่างชนิด)
แทนที่จะผลิตชิปขนาดใหญ่ชิ้นเดียว (Monolithic Chip) ซึ่งมีโอกาสพบ Defect สูงและต้นทุนแพง อุตสาหกรรมในปัจจุบันได้หันมาใช้ชิปย่อย (Chiplets) ที่ผลิตจากเทคโนโลยีที่เหมาะสมที่สุดมาทำงานร่วมกัน เช่น นำชิปประมวลผล Logic 3nm มาต่อเชื่อมกับชิป I/O 6nm และหน่วยความจำ HBM ผ่านเทคโนโลยี Advanced Packaging ช่วยประหยัดงบและมีอัตราผลผลิต (Yield) สูงกว่ามาก