SemiMatrix / TOPICS / FAILURE ANALYSIS (FA) FLOW
QUALITY & RELIABILITY — ROOT CAUSE ANALYSIS

Semiconductor Failure Analysis Flow
C-SAM, EMMI/OBIRCH, Dual-Beam FIB & Atomic-Scale STEM/EDS

Non-Destructive C-SAM / 3D X-Ray Optical Isolation (EMMI & OBIRCH) Dual-Beam FIB-SEM Cross Section Atomic Resolution TEM-EDS

เมื่อชิปเซมิคอนดักเตอร์ล้มเหลวในการทดสอบ ATE, คัดทิ้งในกระบวนการผลิต (Yield Excursion) หรือมีปัญหาคืนเคลมจากลูกค้า (RMA Field Return) Failure Analysis (FA) Flow คือกระบวนการสืบสวนทางนิติวิทยาศาสตร์ระดับนาโนเมตร เพื่อจำกัดวงจุดบกพร่องจากพื้นที่ชิปนับร้อยล้านเกต จนค้นพบอะตอมที่ผิดตำแหน่งและแก้ปัญหาที่ต้นตอในโรงหล่อ

📍 CAREER ROADMAP CONTEXT
STAGE 08 — FAILURE ANALYSIS & YIELD LEARNING: Nanoscale Failure Investigation
สแกนหาจุดผิดปกติด้วย C-SAM, ระบุพิกัด Hotspot ด้วย InGaAs EMMI / OBIRCH Laser, ทำ Backside Silicon Thinning, กัดตัดหน้าตัดด้วย Ga+/Plasma FIB และสแกนโครงสร้างระดับอะตอมด้วย STEM-EDS
Equipment: Thermo Fisher Helios DualBeam FIB, Hamamatsu Phemos EMMI, JEOL ARM300F STEM, Sonoscan Gen6 C-SAM
Related: Dual-Beam FIB-SEM · Emission Microscopy (EMMI) · Wafer Sort & Yield Learning · Layout Inspector Lab
Role: Failure Analysis Engineer / Reliability & Yield Physicist / Quality Assurance Specialist

01 กฎเหล็กของ Failure Analysis: จากมหภาคสู่นาโนเมตร (Macro to Nano)

ในชิปขนาด $100\text{ mm}^2$ ที่มีทรานซิสเตอร์กว่าหนึ่งหมื่นล้านตัว ข้อบกพร่องอาจเป็นเพียงช่องว่าง Void ในรูเวียขนาด $8\text{ nm}$ หากวิศวกรเปิดฝาแพ็กเกจหรือตัดชิ้นงานโดยไม่มีการวางแผน หลักฐานทางกายภาพจะถูกทำลายทันที การทำ FA จึงต้องปฏิบัติตาม 4-Tier Hierarchical FA Flow อย่างเคร่งครัด

02 Tier 1: การตรวจสอบแบบไม่ทำลายโครงสร้าง (Non-Destructive Screening)

1
Visual Inspection & Curve Tracer I-V Pin Verification
ตรวจสภาพภายนอกของตัวถังชิป รอยแตกร้าว รอยไหม้ และวัดกราฟ $I-V$ ทุกขาพินด้วย Curve Tracer เพื่อระบุขาที่มีการชอร์ต (Short), ขาด (Open), หรือ ESD Damage
2
Scanning Acoustic Microscopy (C-SAM)
ยิงคลื่นเสียงความถี่สูง ($50-230\text{ MHz}$) ผ่านตัวถังพลาสติกเพื่อตรวจจับ การแยกชั้น (Delamination), รอยแตกในโมลด์อีพ็อกซี, และฟองอากาศใต้ Die Attach
3
3D High-Resolution X-Ray Computed Tomography (CT)
สร้างภาพฉาย 3 มิติความละเอียดระดับซับไมครอน เพื่อตรวจสอบสายเชื่อม Bondwire แตกหัก หรือ Solder Bridge ลัดวงจร ใต้แพ็กเกจ BGA/Flip-Chip

03 Tier 2: การระบุพิกัดทางไฟฟ้า (Electrical Fault Isolation - EFI)

เพื่อระบุตำแหน่งพิกัด $(X, Y)$ ของความผิดปกติบนผืน Die:

เทคนิคการระบุพิกัด (EFI Technique) กลไกทางฟิสิกส์ (Physical Mechanism) ความผิดปกติที่ตรวจจับได้
Emission Microscopy (EMMI / InGaAs) ตรวจจับโฟตอนแสงย่านใกล้อินฟราเรด ($900-1700\text{ nm}$) ที่แผ่ออกมาจากการรวมตัวใหม่ของพาหะ (Radiative Recombination) รอยต่อ PN Junction รั่วไหล, Gate Oxide Breakdown, Latch-up Hotspots
OBIRCH / TIVA (Laser Beam Induced) ยิงเลเซอร์อินฟราเรด ($1342\text{ nm}$) สแกนผิวชิป ความร้อนเฉพาะจุดจะทำให้ความต้านทานเปลี่ยน ($\Delta R$) ส่งผลให้กระแสเปลี่ยน ($\Delta I$) ตรวจจับจุดลัดวงจร (Shorts) และรอยต่อขาด (Opens) ในชั้นโลหะ Metal Interconnect
Lock-in Thermography (LIT) กระตุ้นวงจรด้วยสัญญาณพัลส์ความถี่ต่ำ แล้วใช้กล้อง Thermal IR ตรวจจับการกระเพื่อมของอุณหภูมิระดับไมโครเคลวิน ค้นหาจุดรั่วไหลของกระแสพลังงานต่ำมาก ($< 10\ \mu\text{W}$) แม้ในชิปที่สแตก 3D หลายชั้น

04 Tier 3: การเปิดชิ้นงานและกัดชั้นเลเยอร์ (Sample Prep & Deprocessing)

การเข้าถึงผืน Die ด้านใน:

  • Acid Chemical Decapsulation: ใช้กรดไนตริกและกรดซัลฟิวริกเข้มข้น ($\text{HNO}_3 / \text{H}_2\text{SO}_4$) กัดละลายเรซินอีพ็อกซีเพื่อเปิดหน้า Die โดยไม่ทำลายสายลวดทอง/ทองแดง
  • Backside Silicon Thinning: ในชิป Flip-Chip ที่มีโลหะบังด้านหน้า วิศวกรจะขัดเจียรซิลิคอนด้านหลังจากความหนา $750\ \mu\text{m}$ เหลือเพียง $50\ \mu\text{m}$ เพื่อส่องกล้องอินฟราเรดผ่านเนื้อซิลิคอนทะลุถึงทรานซิสเตอร์
  • Reactive Ion Etching (RIE) Deprocessing: กัดลอกชั้นฉนวนออกไซด์และชั้นโลหะออกทีละชั้น (Layer-by-Layer) เพื่อเปิดหา Defect ในชั้นล่าง

05 Tier 4: Physical Fault Isolation (FIB-SEM & Atomic STEM-EDS)

เมื่อทราบพิกัดที่แน่นอน วิศวกรจะใช้เครื่องมือกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนขั้นสูง:

1. Dual-Beam FIB-SEM

ใช้ลำไอออนแกลเลียม ($\text{Ga}^+$ FIB) ยิงตัดเนื้อซิลิคอนตรงจุด Defect ให้เกิดหน้าตัด Cross-Section ในแนวตั้ง แล้วใช้ลำอิเล็กตรอน SEM ถ่ายภาพโครงสร้าง 3 มิติที่มีกำลังขยายหลายแสนเท่า

2. Atomic-Resolution STEM & EDS

ใช้ FIB กัดแผ่นตัวอย่างบางเฉียบ ($< 30\text{ nm}$) ไปส่องในกล้อง Transmission Electron Microscopy (TEM) กำลังขยายระดับอะตอม ร่วมกับ EDS (Energy Dispersive Spectroscopy) เพื่อระบุธาตุแปลกปลอมที่ปนเปื้อนใน Gate Dielectric

06 เทคนิค Nanoprobing วัดพารามิเตอร์ทรานซิสเตอร์รายตัว

ในห้องสุญญากาศของกล้อง SEM วิศวกรจะใช้ เข็มทังสเตนจิ๋วขนาดนาโนเมตร (Nanoprobe Tips 4-8 หัว) แตะลงบนพิน Source, Drain, Gate ของทรานซิสเตอร์ตัวที่มีปัญหาโดยตรง เพื่อวัดกราฟ $I_D - V_{GS}$ และ $I_D - V_{DS}$ วัดค่าแรงดันขีดเริ่ม ($V_{th}$ Shift), สภาพนำกระแส $g_m$, และกระแสไฟฟ้ารั่ว Subthreshold Leakage เพื่อยืนยันความเสียหายก่อนตัดชิ้นงาน

07 ระเบียบวิธีวิเคราะห์ 8D & การแก้ไขปัญหาในสายการผลิต (Fab Corrective Actions)

ผลลัพธ์จากรายงาน FA จะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการ 8D Problem Solving เพื่อดำเนินการแก้ไข:

  • หากพบ Particle ปนเปื้อน: สั่งหยุดเครื่องจักร CVD/PVD ทำการ Clean Chamber และเปลี่ยนชิ้นส่วน Seal
  • หากพบ Gate Oxide Pinhole: ปรับแต่งสเตจ ALD High-k Deposition และเพิ่มอุณหภูมิ Rapid Thermal Anneal (RTA)
  • หากพบ Electromigration Void: สั่งอัปเดต DRC Rule Deck ในส่วนของ Max Current Density ($J_{\text{max}}$) และเพิ่มจำนวน Via Stacks

08 ปฏิบัติการจำลองบน Layout & Multi-Layer Inspector Lab

คุณสามารถฝึกฝนการค้นหาพิกัดเน็ตเวิร์กและสำรวจโครงสร้างเลเยอร์ภายในของชิปได้ในห้องแล็บจำลองของ SemiMatrix:

IC Layout & Multi-Layer GDSII Inspector

สำรวจพิกัดเลย์เอาต์, ค้นหาเส้นทางเดินสาย Metal Traces, และจำลองการระบุพิกัด Defect ในเบราว์เซอร์

เปิดห้องแล็บเลย์เอาต์ →