Parasitic Extraction (PEX)
Synopsys StarRC, 3D Field Solvers & SPEF Modeling
ในชิประดับนาโนเมตร (Sub-5nm และ FinFET/GAAFET) ความล่าช้าของสัญญาณ (Propagation Delay) กว่า 70% ไม่ได้เกิดขึ้นจากตัวทรานซิสเตอร์ แต่เกิดจากค่าความต้านทาน (R) และความจุไฟฟ้าแฝง (C) ในเส้นลวดโลหะ (Interconnects) กระบวนการสกัด Parasitic Extraction (PEX) จึงเป็นสะพานเชื่อมชี้ขาดในการแปลงกราฟิกเลย์เอาต์กลับมาเป็นวงจรสมมูลไฟฟ้าที่แม่นยำ
สกัดค่า R, C, CC (Coupling Cap) ด้วย Synopsys StarRC หรือ Cadence Quantus, สร้างไฟล์ SPEF และส่งต่อไปยัง Synopsys PrimeTime เพื่อทำ Signoff STA และ Ansys RedHawk เพื่อทำ Dynamic IR Drop
Industry Tools: Synopsys StarRC, Cadence Quantus (QRC), Siemens Calibre xACT / xL, Synopsys Raphael 3D
Related: DRC / LVS Physical Verification · Static Timing Analysis & SDC · Signal Integrity & Crosstalk · SPICE Simulation Lab
Role: Parasitic Extraction Engineer / Signoff Timing Specialist / Interconnect Modeling Engineer
01 ทำไม Parasitic Extraction จึงเป็นหัวใจของ Signoff?
ในการจำลองวงจรก่อนทำเลย์เอาต์ (Pre-layout Simulation) สายสัญญาณจะถูกมองว่าเป็นตัวนำอุดมคติที่ไม่มีความต้านทานหรือความจุไฟฟ้า ($R = 0, C = 0$) แต่ในความเป็นจริงบนแผ่นเวเฟอร์:
- ความต้านทานของเส้นโลหะ (Interconnect Resistance): ในโหนดต่ำกว่า 5nm ความกว้างของเส้นลวด M0/M1 ลดลงเหลือเพียง $12-16\text{ nm}$ ส่งผลให้ความต้านทานพุ่งสูงขึ้นถึงหลายกิโลโอห์มต่อมิลลิเมตร ($> 5\text{ k}\Omega/\text{mm}$)
- ความจุไฟฟ้าคู่ควบ (Coupling Capacitance $C_{c}$): ระยะห่างระหว่างสายไฟที่ชิดกันมากทำให้ $C_c$ มีสัดส่วนมากกว่า $70-80\%$ ของความจุไฟฟ้าทั้งหมด นำไปสู่ปัญหา Crosstalk Noise และ Miller Delay Degradation
- Via Resistance: รูเวียที่เชื่อมต่อระหว่างชั้นโลหะมีความต้านทานสูงถึง $50-200\ \Omega$ ต่อหนึ่งจุดเวีย การวาง Multi-cut Via จึงมีความสำคัญยิ่งยวด
02 ทฤษฎีสนามไฟฟ้าและสมการสกัดค่า RC (Physics & Formulas)
การคำนวณ Parasitics อาศัยสมการของ Maxwell และฟิสิกส์ของตัวนำระดับนาโนเมตร:
03 3D Field Solvers vs 2.5D Pattern Matchers
ในการทำงานจริง เครื่องมือ PEX จะแบ่งสถาปัตยกรรมออกเป็น 2 กลุ่มหลักตามความเร็วและความแม่นยำ:
| เกณฑ์การเปรียบเทียบ | 3D Field Solver (เช่น Synopsys Raphael, Ansys HFSS) | 2.5D Pattern Matcher (เช่น StarRC, Quantus QRC) |
|---|---|---|
| อัลกอริทึมหลัก | แก้สมการอนุพันธ์ย่อย Laplace $\nabla^2 V = 0$ หรือ Boundary Element Method (BEM) | ใช้สูตรพหุนาม (Look-Up Table) และ Pattern Matching ที่ Calibrate ล่วงหน้า |
| ความแม่นยำ | Gold Standard (คลาดเคลื่อน < 1% เมื่อเทียบกับ Silicon) | ความแม่นยำระดับ Signoff (คลาดเคลื่อน < 2-3% เทียบกับ 3D Solver) |
| ความเร็วในการรัน | ช้ามาก (เหมาะกับโครงสร้างขนาดเล็ก < 1,000 Transistors) | เร็วมาก (สามารถสกัดชิปขนาดหลายพันล้านทรานซิสเตอร์ได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง) |
| การใช้งานหลัก | การสร้าง PDK Extraction Techfile และวิเคราะห์ Memory Bitcell ซับซ้อน | Full-Chip SoC Signoff, Standard Cell Characterization และ Top-Level PEX |
04 Middle-of-Line (MOL) & FinFET/GAAFET Parasitics
ในเทคโนโลยีขั้นสูง โครงสร้างระหว่างทรานซิสเตอร์ (FEOL) กับชั้นโลหะเดินสาย (BEOL) เรียกว่า Middle-of-Line (MOL) ซึ่งประกอบด้วยชั้น Contact พิเศษ เช่น MP (Contact over Poly Gate), MD/CB (Contact over Diffusion), และ VIA0
- Gate-to-Contact Fringe Capacitance ($C_{of}$): ความจุไฟฟ้าแฝงระหว่างขอบข้างของ Gate High-k/Metal กับเนื้อโลหะ Contact ด้านข้าง
- Source/Drain Spreading Resistance: ความต้านทานภายในเนื้อซิลิคอน-เจอร์เมเนียม (SiGe) Epitaxy บริเวณรอยต่อของ Nanosheets
- Backside Nano-TSV Resistance: ในโหนดที่ใช้ BSPDN ค่าความต้านทานและ Inductance ของ Nano-TSV ต้องถูกสกัดเข้าสู่ Power Network Matrix อย่างละเอียด
05 Process Corners: Cbest, Cworst, RCbest, RCworst
โรงหล่อเซมิคอนดักเตอร์จะให้โมเดลการสกัด Parasitic ในสภาวะขอบเขตกระบวนการผลิต (Process Corners) ที่หลากหลาย:
Cbest / Cmin
ความหนาและขนาดเส้นโลหะบางที่สุด ช่องว่างกว้างที่สุด ค่า Capacitance ต่ำสุด ความต้านทานสูงขึ้น ใช้ตรวจสอบ Hold Time / Fast Path
Cworst / Cmax
เส้นโลหะหนาและกว้างที่สุด ช่องว่างแคบที่สุด ค่า Capacitance สูงสุด ใช้ตรวจสอบ Setup Time / Dynamic Power
RCbest / Rmin
เส้นโลหะกว้างและความต้านทานต่ำพิเศษ ค่าหน่วงเวลา $RC$ ต่ำสุด สัญญาณเดินทางเร็วที่สุด ตรวจสอบ Minimum Delay
RCworst / Rmax
ความต้านทานสูงสุดและ Capacitance สูงปานกลาง ผลคูณ $R \times C$ สูงสุด ตรวจสอบ Worst-case Setup Slack ในเส้นทางสายยาว
06 โครงสร้างไฟล์ SPEF (Standard Parasitic Exchange Format)
ผลลัพธ์จาก PEX จะถูกส่งออกเป็นไฟล์ SPEF (IEEE 1481 Standard) หรือ DSPF (Detailed Standard Parasitic Format) ด้านล่างนี้คือตัวอย่างโครงสร้างข้อมูลในไฟล์ SPEF จริง:
*DESIGN "core_alu_32b"
*DATE "Wed Sep 02 13:30:00 2026"
*VENDOR "Synopsys StarRC Version V-2026.03"
*T_UNIT 1.0 PS
*C_UNIT 1.0 FF
*R_UNIT 1.0 OHM
*CONN
*I u_alu/u_adder/A[15] I *C 12.4 8.2
*I u_regfile/Q[15] O *C 4.1 2.1
*CAP
1 data_bus[15]:1 4.250
2 data_bus[15]:2 3.120
3 data_bus[15]:3 clk_tree_buf/Z 8.450 // Cross-coupling Cap to Clock Net
*RES
1 data_bus[15]:1 data_bus[15]:2 45.20
2 data_bus[15]:2 u_alu/u_adder/A[15] 18.50
*END
07 โฟลว์การรัน StarRC & Quantus Signoff Extraction
ในการสร้างคำสั่งสกัด PEX อัตโนมัติ วิศวกรจะเขียนสคริปต์ Command File (เช่น StarRC Command Deck):
-
TCAD_GRD_FILE: tsmc_n3_1p12m.nxtgrd— ระบุไฟล์คุณสมบัติไดอิเล็กทริกและโลหะของเทคโนโลยี -
COUPLING_ABS_THRESHOLD: 0.1 fF— ตัด Coupling Cap ขนาดเล็กมากเพื่อลดขนาดไฟล์ SPEF และเร่งความเร็ว STA -
OPERATING_TEMPERATURE: 125— กำหนดอุณหภูมิสกัดเพื่อจำลองสภาวะ Worst-Case Thermal Resistance -
EXTRACTION: RCหรือEXTRACTION: RCC— สกัดทั้ง Resistance, Ground Cap และ Coupled Cap ครบถ้วน
08 ปฏิบัติการจำลองวงจรใน SPICE Simulation Lab
คุณสามารถนำค่าความต้านทานและความจุไฟฟ้าแฝงไปทดสอบพฤติกรรมการตอบสนองชั่วขณะ (Transient Response) และวิเคราะห์เวลาหน่วง (Propagation Delay) ได้ในห้องทดลองจำลอง SPICE ของเรา:
SPICE Circuit Simulator Lab
ทดลองต่อวงจร RC Transmission Line, ปรับค่า Coupling Capacitance และสังเกตปรากฏการณ์ Miller Effect ต่อรูปคลื่นสัญญาณได้ทันที